0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

*

    pon FDC

  • *
  • 5
  • 0
  • เราชาว All New City club
  • ชื่อเล่น: pon FDC
  • สีรถ : Modern Steel
ความถี่เสียงของเครื่องดนตรีที่มีต่อระบบเสียง

การที่เราทำงานทางเครื่องเสียงรถยนต์ ไม่ว่าจะแนว SQ SQL หรือ SPL
ไม่ว่าจะแข่งขันหรือไม่แข่ง ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราต้องเข้าใจเป็นอย่างดี

คือความถี่ของชิ้นดนตรีต่างๆ เพื่อจะได้ทำการปรับแต่งระบบเสียงรถยนต์ให้ถูกต้อง               
เสียงเป็นพลังงานธรรมชาติที่มีคลื่นความถี่ต่างกัน มีแหล่งกำเนิดต่างกัน

และมีความดังที่ต่างกัน มนุษย์เราจะได้ยินเสียงที่ความถี่ตั้งแต่ 20-20,000 เฮิร์ตซ์
และได้ยินดีมากในช่วงความถี่ 500-2,000 เฮิร์ตซ์

ซึ่งเป็นความถี่ของเสียงพูด และหูของคนเราจะรับความถี่ดังกล่าวได้ดี
เสียงนอกจากนำมาซึ่งความสุข ความบันเทิง ความเข้าใจ และสื่อภาษาแล้ว

เสียงอาจจะนำพิษภัยมาสู่ผู้ฟังได้ เสียงที่เป็นภัย มักจะเป็นเสียงรบกวนที่มีความดัง
มากกว่า 85 เดซิเบล ซึ่งเสียงดังระดับนี้ท่านอาจจะพบหรือสัมผัสได้บ่อยครั้งโดยที่ท่านมิได้ระวังตัว

และบางท่านก็ไม่คิดว่าเป็นโทษเป็นภัย แต่จริงๆแล้วมันมีโอกาสทำให้หูเราตึงได้
(ถ้าเกิน 100dBขึ้นไป)ส่วน เรื่องเสียงดนตรีแต่ละชิ้น มีความถี่ ที่ ไม่เหมือนกัน

อาจจะซ้อนทับกันอยู่บ้าง ดังนั้นผมจะแยกความถี่ของเครื่องดนตรีแต่ละประเภท
ให้ดูกันคร่าวๆ ว่า ชิ้นใดมีความถี่ที่เท่าไหร่

เพราะมันจำเป็นมากสำหรับนักเล่นเครื่องเสียงรถยนต์ ,นักแข่งเครื่องเสียงรถยนต์
และช่างติดตั้งเครื่องเสียงรถยนต์(รวมถึงช่างจูนเสียง ด้วย)












ข้อมูลเพิ่มเติมตามลิงค์ด้านล่างนี้ครีบผม
รอสักครู่ คุณกำลังไปสู่ลิงก์ปลายทาง
*

    pon FDC

  • *
  • 5
  • 0
  • เราชาว All New City club
  • ชื่อเล่น: pon FDC
  • สีรถ : Modern Steel
วันนี้เรามาเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับระบบเครื่องเสียงกันครับผม การติดตั้งระบบเครื่องเสียงนั้น
มีอยู่ด้วยกันหลายแบบ หลายประเภท อยู่ที่ว่าเรานั้นจะเลือกฟังกันแบบไหน

วันนี้ผมมีระบบเกี่ยวกับเครื่องเสียงมาแชร์กันครับผม


แยกประเภทของระบบเสียงอย่างไร?

บางท่านยังไม่เข้าใจว่า ระบบเสียงต้องมีแบ่งประเภทด้วยหรือ?
ผมเลยขออธิบายให้เข้าใจกันก่อนเพื่อเป็นแนวทางนะครับ

ระบบเสียงแบ่งเป็นประเภทหลักๆ 4 ประเภท เน้นนะครับ 4 ประเภท

1. SQ ฟังเพราะในรถ 100% (Sound Quality)
2. SQL ฟังในรถและรอบๆรถ ระยะ ไม่เกิน 5 เมตร (Sound Quality Loud)
3. SPL ฟังนอกรถอย่างเดียว ในระยะ 10-30 เมตร (Sound Pressure Level)
4. Multimedia ฟังเสียงแบบรอบทิศทางในรถอย่างเดียว (DTS,DOBLY,Prologic)

เรามาดูเรื่องระบบ SQ กันก่อนครับผม

1.SQ ฟังไพเราะในรถอย่างเดียว

ระบบเสียงแบบนี้เป็นระบบเสียงที่เน้นฟังในรถเป็นหลัก ไม่เผื่อแผ่ใคร
แบบนี้ เน้นฟังในตำแหน่งด้านหน้าหรือคนขับ

หรือที่คนเขาเรียกว่า "Front-stage"
แปลว่า เน้นให้เสียงมาจากด้านหน้าเพียงอย่างเดียว
โดยไม่จำเป็นต้องมีลำโพงคู่หลัง

ระบบเสียงแบบนี้จะประกอบไปด้วย

Sound stage (เวทีเสียง)

Bass up front (เบสอยู่หน้าเวทีเสียง)

imaging (แยกตำแหน่งชิ้นดนตรี)

Tonal Balance (ความสมดุลของเสียง)

การจะทำให้ได้เสียงแบบนี้ที่ดีที่สุดก็ต้องเน้นที่เรื่องการติดตั้งที่แน่นหนาแข็งแรง
การปรับจูนที่ถูกต้อง

ส่วนการปรับจูนก็ต้องอ้างอิงจากแผ่นที่บันทึกดีๆเพื่อทีจะใช้อ้างอิง
เรื่องของตำแหน่งชิ้นดนตรี นักร้อง และเวทีเสียง

วันนี้ขอค้างไว้ในเรื่องของระบบ SQ แค่นี้ก่อนครับ เดี๋ยวมาต่อเรื่อง
ระบบ SQL กันในโอกาสต่อไปครับ

ท่านใดมีความรู้เกี่ยวกับระบบที่คิดว่ามันไม่ถูกต้อง แนะนำท้วงติงกันได้ครับผม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30 ก.ย.,14, 09:43 โดย pon FDC »
*

    pon FDC

  • *
  • 5
  • 0
  • เราชาว All New City club
  • ชื่อเล่น: pon FDC
  • สีรถ : Modern Steel
วันนี้เรามาต่อกันอีกแบบครับ ในแบบ SQL

2. SQL ดังแบบมีความไพเราะ

เน้นระบบเสียงที่มีความครบถ้วนทุกตัวโน๊ตเสมือนแบบแรก
แต่ในระดับความดังที่สูงขึ้นเมื่อฟังด้านนอกรถ

แบบ SQL นี้ ตอนนี้ได้รับความนิยมทั่วโลก เพราะแบบนี้สามารถฟังได้
ทั้งแบบ ในรถและนอกรถ แบบ 50-50% ครับผม

แต่ต้องขออธิบายก่อนนะครับว่าแบบนี้จะให้ไพเราะเท่าแบบแรกคงจะยาก
หรือจะให้ดังเท่าแบบที่ 3 ก็คงจะยากด้วยเช่นกัน
 
เพราะระบบแบบนี้ออกจะก้ำๆกึ่งๆ จะดีในรถที่สุดก็ไม่ได้ จะดังนอกรถสุดๆ
ก็ไม่ได้เหตุผลเพราะตำแหน่งการติดตั้งลำโพงก็ต้องถูกเฉลี่ยๆกันไปครับ

เพราะฉะนั้นการออกแบบก็จะยากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ เพราะต้องคิดว่า
จะติดตั้งลำโพงอย่างไรให้ัฟังในรถได้ด้วย และสามารถฟังนอกรถได้ด้วย

การออกแบบก็ต้องคำนึงถึงระบบของ เพาเอร์แอมป์อย่างน้อยก็ต้องมีวัตต์
ที่สูงขึ้น ระบบไฟก็ต้องมากขึ้นเป็นเงาตามตัว

เพราะจะได้เพียงพอที่จะเปิดดังนอกรถ จะได้เพียงพอต่อระบบด้วย

เพราะฉะนั้นแบบ SQL นี้ จะใช้งบประมาณที่มากกว่าแบบแรก (SQ)
ถึงเท่าตัว ถ้าออกแบบระบบดีๆ แบบนี้จะใช้งานได้หลากหลายกว่า
แบบแรกมาก
 
บางท่านล้างรถ ก็อยากเปิดเพลงฟัง มีมีตติ้งกับเพื่อนฝูงก็อยากโชว์
พลังเสียงหรือแม้อยู่ในรถก็ยังได้เสียงที่ไพเราะ มีอรรถรสของโน๊ต
ดนตรีด้วย

ถ้าลักษณะแบบเสียงนี้ ก็จะใช้งบลงทุนที่สูงกว่าแบบแรกอย่างมากมาย
หรืออาจจะเป็น 2-3 เท่าตัวเลยที่เดียว หากคุณต้องการฟังดังแบบ
มีรายละเอียดของชิ้นดนตรี มีงบพอ แบบ SQL นี้ผมแนะนำครับ
*

    pon FDC

  • *
  • 5
  • 0
  • เราชาว All New City club
  • ชื่อเล่น: pon FDC
  • สีรถ : Modern Steel
วันนี้เรามาต่อกันในเรื่องของ SPL กันบ้างครับผม

3.SPL ฟังนอกรถอย่างเดียว ในระยะ 10-30 เมตร
( Sound Pressure Level )

SPL ระบบที่เน้นความดังไกลๆ ระบบนี้เป็นที่นิยมอย่างสูงสุดในบ้านเราครับ
คือเน้นเสียง ซับที่ทรงพลังดังไกลๆ แบบลั่นทุ่ง

แบบนี้จะเห็นได้ว่าวิธีการติดตั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่ใครๆคิด
การทำให้ซับมีระดับความดังสูงๆ ไม่ง่ายเลยครับ

ระบบไฟต้องแข็งแรง ลำโพงซับต้องถูกออกแบบมาเฉพาะ
หรือการแมชชิ่งระบบต้องถูกต้องด้วย

เรื่องของตู้ที่ต้องออกแบบให้ถูกต้อง เรื่องของวัตต์ โอมห์ โวลท์
เป็นส่วนที่ต้องเข้ามาเกี่ยงข้องทั้งหมดในระบบครับ
*

    pon FDC

  • *
  • 5
  • 0
  • เราชาว All New City club
  • ชื่อเล่น: pon FDC
  • สีรถ : Modern Steel
วันนี้มาต่อกันกับระบบที่สี่ครับ

4.Multimedia

ระบบนี้เป็นระบบแบบ ดูหนัง คอนเสิร์ต ในรถ แบบรอบทิศทาง
สมัยก่อนเราเรียกระบบนี้ว่า Prologic I,II,III

เป็นการถอดรหัสแบบรอบทิศทาง แต่เดี๋ยวนี้เรามีระบบใหม่คือ DTS
เป็นการถอดแบบจากโรงหนัง เวทีคอนเสริต สู่รถยนต์

ระบบนี้ต้องประกอบไปด้วยเครื่องถอดรหัส จะเป็นแบบใหนก็แล้วแต่
ว่าผู้ออกแบบแต่ละบริษัทจะออกแบบ

ส่วนของลำโพง และแอมป์ ก็ต้องติดตั้งให้ครบจำนวนของระบบ
ต้องประกอบไปด้วย

ลำโพงชุดหน้า ลำโพงหลัง ลำโพงซับและลำโพงเซ็นเตอร์ครับ
ในระบบนี้ในรถยนต์ผมทำได้เพียงแค่ ระบบ 5.1 เท่านั้น

สาเหตุเพราะเครื่องถอดรหัสส่วนใหญ่ในรถยนต์มีให้เพียงเท่านี้ครับ
ระบบแบบนี้ก็ยังสามารถฟังเพลงได้ด้วย มิใช่เพียงแค่ดูหนัง อยู่ที่
จะออกแบบให้ระบบเป็นแบบใหนครับ
 

Google+